เรื่องน่ารู้ของหุ้น BTS

เรื่องน่ารู้ของหุ้น BTS

เรื่องน่ารู้ของหุ้น BTS เป็นหนึ่งในการขนส่งคมนาคมของประเทศไทย ที่มีประชาชนใช้งานมากเป็นอันดันต้น ๆ ในประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งหลายคนคงทราบดีอยู่แล้ว ว่าคมนาคมรูปแบบนี้เกิดขึ้น จากการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แบบ backdoor listing หรือ reversed take over โดยบริษัท TYONG แต่วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับ เรื่องน่ารู้ของหุ้น BTS เพื่อดูว่าหุ้นที่คนให้ความสนใจมันเป็นอย่างไร และมันดีอย่างไร ทำไมจึงมีคนอยากลงทุนในหุ้นรูปแบบนี้จำนวนมาก

9 เรื่องน่ารู้หุ้น BTS

1. BTS เกิดขึ้นมาได้ จากการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ในแบบที่เรียกกันว่า backdoor listing หรือ reversed take over โดยบริษัท TYONG ที่เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ได้เข้าควบรวมกิจการบริษัท BTSC ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับสัมปทานดำเนินงานระบบรถไฟฟ้าจากกรุงเทพมหานคร ก่อนจะเปลี่ยนชื่อบริษัทกลายเป็น BTS ที่เราจักและใช้งานกันในปัจจุบันนั่นเอง

2. การลงทุนในหุ้น BTS หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่ามีบริษัทในเครือที่ชื่อ VGI  โดยบริษัทดังกล่าวจะดูแลในเรื่องของการโฆษณาสื่อนอกบ้าน ซึ่ง BTS ได้ spin off VGI ออกมาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2012 แต่ยังคงสภาพเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่กว่า 74.30%

1-เนื้อหา

3. ในส่วนของกองทุน ท่านทราบหรือไม่ว่า BTS ได้จัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานแรกของประเทศไทย โดยใช้ชื่อว่า BTSGIF ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี 2013 โดยบริษัทได้ขายสิทธิการได้รับรายได้ค่าโดยสารสุทธิของระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพสายหลักให้กับกองทุนในระยะเวลาที่เหลือทั้งหมดของสัมปทาน โดย BTS ยังคงถืออยู่ BTSGIF อยู่ในอัตราสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต คือ 1 ใน 3 หรือประมาณ 33.33%

4. BTS สามารถแบ่งราบยได้ออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ด้วยกัน โดยรายได้หลัก ๆ ของการลงทุนในหุ้นนี้ จะมาจาก จากการเดินรถไฟฟ้าประมาณ 25% รายได้จากธุรกิจโฆษณาประมาณ 30% รายได้จากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประมาณ 5% รายได้จากธุรกิจบริการประมาณ 15% และรายได้อื่นจากการจำหน่ายสินทรัพย์ เงินลงทุน หรือดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละปี

5. เมื่อทาง BTS มีการขายสิทธิให้ BTSGIF  ก็ทำให้รายได้หลักกว่า 40% ที่เคยได้รับจากค่าโดยสารของระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพสายหลัก หายไปจากบริษัทในพริบตา เหลือเพียงส่วนแบ่งกำไรและเงินปันผลจากกองทุนรวม BTSGIF มูลค่า 1 ใน 3 ของรายได้เดิมเท่านั้น

6. เดินรถในส่วนต่อขยายสายสีลมและสายสุขุมวิท ทางบริษัทมีการรับจ้างบริหาร ให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงรถไฟฟ้า ภายใต้สัญญาการให้บริการเดินรถ และซ่อมบำรุงระยะยาว ซึ่งนั่นทำให้บริษัทได้รับรายได้ในรูปแบบค่าจ้างบริหาร ตามที่ตกลงไว้กับกรุงเทพมหานคร ส่วนรายได้จากค่าโดยสารจะเป็นรายได้ที่กรุงเทพมหานครจะได้รับ

2-เนื้อหา

7. ช่วงปี 2015 ที่ผ่านมา VGI ถูกยกเลิกสัญญาการบริหารโฆษณาในร้านค้าโมเดอนเทรด ในเครือห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี บิ๊กซีมินิ และบิ๊กซีซูปเปอร์เซนเตอร์ทั้งหมด ทำให้รายได้จากการธุรกิจโฆษณาของ BTS ลดลงตามสัดส่วน และทำให้ผู้ถือหุ้น เครียดพอสมควร

8. ช่วงปี 2016 บริษัท บางกอก สมาร์ทการ์ด ซิสเทม จำกัด (BSS) ในเครือ BTS ได้ประกาศการลงทุงครั้งใหม่ โดยประกาศเซ็นสัญญาร่วมทุนกับ LINE pay โดย BSS จะเข้าไปเพิ่มทุนให้กับบริษัท LINE Biz Plus Limited (ชื่อบริษัทของ LINE Pay) อีก 50% และเปลี่ยนชื่อบริการ LINE Pay เป็น Rabbit LINE Pay โดยสัดส่วนการถือหุ้นใน LINE Pay จะเป็นสัดส่วน 50:50 ระหว่าง BTS และ LINE

9. ช่วง 3 ปีให้หลังมานี้ บริษัท BTS มีการจ่ายเงินปันผลออก มากกว่ากำไรสุทธิปรกติ ที่บริษัทดำเนินกิจการได้ ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะว่า ในปี 2013 บริษัทได้กำไรพิเศษจากการขายสิทธิการได้รับรายได้ให้กับ BTSGIF และประกาศนโยบายจ่ายปันผลรวม 21,000 ล้านบาท โดยทยอยจ่ายในสิ้นรอบบัญชี 2014 จำนวน 6,000 ล้านบาท สิ้นรอบบัญชี 2015 จำนวน 7,000 ล้านบาท และสิ้นรอบบัญชี 2016 จำนวน 8,000 ล้านบาท ก่อนจะกลับมาจ่ายในอัตราปรกติที่บริษัททำได้จากกำไรสุทธิตั้งแต่หลังงวดบัญชี 31 มีนาคม 2016 เป็นต้นไป

และนี่ก็คือเรื่องราวน่ารู้ เกี่ยวกับหุ้น BTS ที่หลายคนต่างก็อยากจะเข้าไปซื้อหุ้นเพื่อลงทุน โดยจะเห็นว่าช่วงหลายปีให้หลังมานี้ ผลประกอบการของ BTS ไม่ได้เป็นไปด้วยดีเท่าที่ควร แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีนักลงทุนหลายคน ต้องการเข้าไปซื้อหุ้นในบริษัทนี้เป็นจำนวนมากเช่นกัน อ่านเพิ่มเติม 12 เคล็ดลับลงทุนซื้อบ้านให้เฮง!

Related Post