รัฐบาลสารพัดโปรเจกต์ แจกเงิน 3.5 พัน 2 เดือน

รัฐบาลสารพัดโปรเจกต์ แจกเงิน 3.5 พัน 2 เดือน

รัฐบาลสารพัดโปรเจกต์ แจกเงิน 3.5 พัน 2 เดือน รัฐบาลเห็นชอบเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ จากโควิด-19 แจกเงินภายใต้ชื่อโครงการ “เราชนะ” แจก คนละ 3,500 บาท 2 เดือน คาดจ่ายร่วม 30 ล้านคน ใช้เงิน 210,000 ล้านบาท ครม.สั่งกระทรวงการคลังทำรายละเอียด ให้พิจารณาสัปดาห์หน้า พร้อมเปิดลงทะเบียนเก็บตก “คนละครึ่ง” อีก 1 ล้านสิทธิ์ วันที่ 20 ม.ค.นี้ เปิดรายละเอียดลดค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ตามใบแจ้งหนี้ เดือน ก.พ.-มี.ค.64 คาดช่วยเพิ่มเงินในกระเป๋าประชาชน 9,000 ล้านบาท

จากการที่รัฐบาลประกาศควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในการระบาดรอบใหม่ ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่เดือน ธ.ค.2563 ต่อเนื่องจนถึง ม.ค.2564 และอาจลากยาวไปถึงเดือน ก.พ. ทำให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้างต่อประชาชน ผู้ประกอบการทุกภาคส่วน ต่างเดือดร้อนในการทำมาหากินถ้วนหน้า

“เราชนะ” แจกเงิน 3.5 พัน 2 เดือน

ต่อมา นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงมาตรการต่างๆที่รัฐบาลจะออกมาเยียวยาประชาชนในครั้งนี้ว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบในหลักการโครงการแจกเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ โดยใช้ชื่อว่า “เราชนะ” โดยวงเงินที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 3,500 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 2 เดือน ซึ่งจะนำเสนอรายละเอียดให้ ครม.อนุมัติในสัปดาห์หน้า

โดยประชาชนที่ผ่านเกณฑ์ในเรื่องของการใช้สิทธิเยียวยาหรือบรรเทาความเดือดร้อนนั้น สามารถใช้เงินอย่างเร็วภายในสิ้นเดือน ม.ค.นี้หรือต้นเดือน ก.พ.เป็นอย่างช้า โดยมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนนี้จะครอบคลุมทุกกลุ่ม และต้องลงทะเบียนผ่านโครงการเราชนะ ซึ่งจะแจ้งวันลงทะเบียนให้ชัดเจนอีกครั้งเมื่อ ครม.อนุมัติในสัปดาห์หน้า โดยหลักเกณฑ์เบื้องต้นจะคัดกรองผู้ที่ไม่ควรได้รับสิทธิเงิน 3,500 บาทต่อเดือนนี้ก่อน

เช่น เจ้าหน้าที่รัฐและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคม และผู้มีรายได้สูง โดยจะพิจารณาจากเงินฝากในบัญชีธนาคาร เป็นต้น ส่วนผู้ที่เคยได้รับเงินช่วยเหลืองวดที่แล้ว ทั้งอาชีพอิสระ เกษตรกร หากยังคงเดือดร้อนก็จะได้รับความช่วยเหลือ โดยจะต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เราชนะ” หรือเว็บไซต์ ซึ่งหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนอยู่ระหว่างการหารือ

20 ม.ค. เก็บตก “คนละครึ่ง”

นายอาคมกล่าวอีกว่า มาตรการคนละครึ่งนั้น สามารถกระตุ้นการจับจ่ายภายในประเทศได้ ซึ่งระยะแรกเปิดให้ลงทะเบียนแล้ว 10 ล้านคน ระยะที่ 2 อีก 5 ล้านคน รวม 15 ล้านคน แต่เนื่องจากมีผู้มาใช้สิทธิคนละครึ่งราว 14 ล้านคน ดังนั้น เพื่อให้มีผู้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งครบ 15 ล้านคน กระทรวงการคลังจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติในวันที่ 19 ม.ค. เมื่อ ครม.อนุมัติก็จะเปิดให้ลงทะเบียนในวันที่ 20 ม.ค. หลังจากนั้นจะตรวจสอบสิทธิเพื่อให้เริ่มใช้สิทธิได้ภายในวันที่ 25 ม.ค.นี้ ซึ่งโครงการคนละครึ่งนั้นจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจราว 50,000 ล้านบาท

รัฐแจก 3,500 ให้ 2 เดือน

นายอาคมกล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการเสริมสภาพคล่องทางการเงินและลดภาระหนี้นั้น ประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือให้ไปแสดงตนที่ธนาคารที่เป็นเจ้าหนี้ ซึ่งแต่ละธนาคารพร้อมให้ความช่วยเหลือตามมาตรการของรัฐ ทั้งพักเงินต้น พักเงินต้นและดอกเบี้ย ยืดหนี้ และปรับโครงสร้างหนี้

โดยเฉพาะการเข้ารับความช่วยเหลือจาก 7 สถาบันการเงินของรัฐ คือ ธนาคารออมสิน, ธนาคาร อาคารสงเคราะห์ (ธอส.), ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

คาดใช้เงินเยียวยา 2.1 แสนล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครม.มอบหมายให้กระทรวงการคลังไปจัดทำรายละเอียดโครงการเราชนะ ในเบื้องต้นคาดว่าจะมอบเงินเยียวยาให้ผู้ได้รับผลกระทบทั่วประเทศ ไม่ได้จำกัดเฉพาะจังหวัดที่มีการระบาดหนัก รวมประมาณ 30 ล้านคน โดยจะต้องใช้เงินทั้งสิ้น 210,000 ล้านบาท โดยยังไม่ต้องกู้เงินเพิ่ม ทั้งนี้ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า วงเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ยังเหลือที่ยังไม่ได้ใช้อยู่ 469,000 ล้านบาท แบ่งเป็นในส่วนของวงเงินที่ใช้เยียวยาจากทั้งหมด 550,000 ล้านบาท ยังเหลืออยู่ 209,000 ล้านบาท และเงินในส่วนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม 400,000 ล้านบาท ยังเหลืออยู่ 260,000 ล้านบาท ส่วนอีก 45,000 ล้านบาท เป็นวงเงินที่กันไว้ใช้ทางด้านสาธารณสุขและจัดหาวัคซีน อ่านบทความน่ารู้อื่น ๆ ได้ที่นี่ pgjust

Related Post